

ในโลกการตลาดปี 2026 คำว่า "Omni-channel" หรือการหว่านเงินไปทุกแพลตฟอร์มอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่องบประมาณมีจำกัด การเลือกผิดที่ก็เหมือน "ตะโกนขายเนื้อเกรด A ในงานมังสวิรัติ" — เสียงดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครซื้อ
สินค้าแต่ละประเภทมี "ธรรมชาติ" และ "Customer Journey" ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะมาผ่ากลยุทธ์รายอุตสาหกรรม เพื่อดูว่าสินค้าของคุณควรไปทุ่มงบที่ไหน ถึงจะคุ้มค่า ROI (Return on Investment) มากที่สุด
สูตรสำเร็จ: Facebook + Google (เน้น Lead Generation)
สินค้ามูลค่าหลักล้าน ไม่มีการตัดสินใจแบบปุบปับ (Impulse Buy) ลูกค้าต้องการข้อมูลที่แน่นปึ้กและการติดตามผล

สูตรสำเร็จ: TikTok + Instagram (เน้น Visual Impact & Social Proof)
สินค้ากลุ่มนี้ขายด้วย "อารมณ์" และ "ความเชื่อมั่น" ลูกค้าไม่ต้องการอ่านสรรพคุณยาวเหยียด แต่ต้องการเห็นผลลัพธ์

สูตรสำเร็จ: Google Search + LinkedIn
ถ้าคุณขายเครื่องจักร, รับผลิต OEM, หรือขายซอฟต์แวร์องค์กร ลูกค้าของคุณไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่ไถฟีดเล่น แต่คือ "จัดซื้อ" หรือ "เจ้าของกิจการ" ที่กำลังหาทางแก้ปัญหา

สูตรสำเร็จ: TikTok (เน้น Local Awareness) + Google Maps
ยุคนี้ไม่มีใครสุ่มเดินเข้าร้านอาหารแล้ว พวกเขา "กินทางตา" ก่อนเสมอ
| กลุ่มอุตสาหกรรม | Hero Platforms | หน้าที่หลัก (Role) |
|---|---|---|
| อสังหาฯ / ยานยนต์ | Facebook + Google | เก็บ Lead Form และ ดักการค้นหาข้อมูล |
| ความงาม / อาหารเสริม | TikTok + IG | สร้าง Viral, ภาพลักษณ์ และ Social Proof |
| B2B / โรงงาน | Google + LinkedIn | เจาะตรงถึงผู้ตัดสินใจ (Decision Maker) |
| ร้านอาหาร / คาเฟ่ | TikTok + Maps | ดึงคนในพื้นที่ (Local) และโชว์บรรยากาศจริง |
การเลือกแพลตฟอร์มไม่ใช่การเดา แต่คือการเข้าใจว่า "ลูกค้าของคุณอยู่ที่ไหน ในเวลาที่เขาพร้อมจะจ่ายเงิน" หากคุณวางแผนได้ถูกต้อง งบการตลาดของคุณจะไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย" แต่จะเป็น "การลงทุน" ที่คุ้มค่าที่สุด